สถาบันการเงินที่คำนวณบัญชีก๊าซเรือนกระจกครั้งแรก มักพบว่าการปล่อยจากอาคารสำนักงานและการเดินทางรวมกันแล้วคิดเป็นไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของตัวเลขรวม ส่วนที่เหลือคือ financed emissions หรือการปล่อยที่เกิดจากกิจกรรมที่สถาบันให้สินเชื่อหรือลงทุน ซึ่งจัดอยู่ใน Scope 3 หมวด 15
หลักการพื้นฐาน
วิธีการของ PCAF กำหนดให้ปันส่วนการปล่อยของผู้กู้หรือบริษัทที่ลงทุน ตามสัดส่วนของเงินที่สถาบันให้ไปเทียบกับมูลค่ากิจการทั้งหมด ตัวคูณนี้เรียกว่า attribution factor ซึ่งในทางปฏิบัติคือจุดที่ก่อให้เกิดคำถามมากที่สุด เพราะมูลค่ากิจการของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้หาได้ง่าย
ระดับคุณภาพข้อมูลคือหัวใจ
PCAF กำหนดสเกลคุณภาพข้อมูลห้าระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 ที่ใช้ข้อมูลการปล่อยจริงที่ผ่านการทวนสอบของผู้กู้ ไปจนถึงระดับ 5 ที่ประมาณการจากยอดสินเชื่อและค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
ประเด็นสำคัญคือ สถาบันไม่จำเป็นต้องไปถึงระดับ 1 ทั้งพอร์ต สิ่งที่ต้องทำคือรายงานระดับคุณภาพข้อมูลอย่างโปร่งใส และแสดงแผนการยกระดับในส่วนที่มีนัยสำคัญ ผู้ทวนสอบจะให้ความสนใจกับความสม่ำเสมอของการจัดระดับมากกว่าตัวระดับเอง
สิ่งที่มักเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ
- การจัดประเภทอุตสาหกรรมของลูกหนี้ไม่สม่ำเสมอ ระบบสินเชื่อที่สะสมมาหลายปีมักมีรหัสอุตสาหกรรมที่ล้าสมัยหรือกรอกไม่ครบ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการเลือกค่าการปล่อย
- วันที่ตัดข้อมูลไม่ตรงกัน ยอดคงค้างสินเชื่อ ณ สิ้นปี กับข้อมูลการปล่อยของผู้กู้ซึ่งมักเป็นของปีก่อนหน้า ต้องระบุความต่างนี้ให้ชัดในรายงาน
- การนับซ้ำในสินเชื่อร่วม กรณีสินเชื่อร่วมหลายสถาบัน ต้องมีเกณฑ์ปันส่วนที่สอดคล้องกัน
- การจัดการข้อมูลที่เปลี่ยนย้อนหลัง เมื่อผู้กู้ปรับปรุงตัวเลขการปล่อยของตัวเอง สถาบันต้องมีนโยบายว่าจะปรับปรุงย้อนหลังหรือไม่ ภายใต้เกณฑ์ใด
ทำไมการทวนสอบจึงสำคัญเป็นพิเศษในภาคนี้
ตัวเลข financed emissions เป็นฐานของเป้าหมายการลดที่สถาบันประกาศต่อสาธารณะ และมีผลต่อการจัดสรรสินเชื่อในระดับนโยบาย เมื่อข้อมูลส่วนใหญ่เป็นค่าประมาณการ ความน่าเชื่อถือจึงไม่ได้อยู่ที่ความแม่นยำของตัวเลข แต่อยู่ที่ความเข้มงวดและความสม่ำเสมอของวิธีการ ซึ่งเป็นสิ่งที่กระบวนการทวนสอบอิสระตรวจสอบได้โดยตรง
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางวิชาชีพสำหรับกรณีเฉพาะ หากต้องการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ขององค์กรท่าน โปรดติดต่อทีมงาน