โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย หรือ T-VER เป็นกลไกที่ผู้พัฒนาโครงการจำนวนมากเข้าร่วม แต่สัดส่วนที่ผ่านการทวนสอบความใช้ได้ในรอบแรกยังไม่สูงนัก ข้อสังเกตที่เราเห็นซ้ำมีห้าเรื่อง
1. เส้นฐานที่พิสูจน์ไม่ได้
เส้นฐานคือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นถ้าไม่มีโครงการ ซึ่งตามนิยามแล้วไม่มีทางสังเกตได้โดยตรง จึงต้องอาศัยหลักฐานสนับสนุน เช่น ข้อมูลการใช้พลังงานย้อนหลังที่ต่อเนื่องเพียงพอ หรือข้อมูลเชิงเปรียบเทียบจากกิจการลักษณะเดียวกัน การอ้างเส้นฐานด้วยการประมาณการของวิศวกรเพียงอย่างเดียวมักไม่ผ่าน
2. ความเพิ่มเติมที่อธิบายไม่ครบ
ถ้าโครงการคุ้มทุนทางการเงินอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีรายได้จากคาร์บอนเครดิต คำถามเรื่องความเพิ่มเติมจะเกิดขึ้นทันที การวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือต้องแสดงอุปสรรคที่เป็นรูปธรรม ทั้งทางการเงิน เทคโนโลยี หรือทางปฏิบัติ พร้อมหลักฐาน ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้าง
3. แผนการติดตามผลที่ทำจริงไม่ได้
เอกสารข้อเสนอโครงการจำนวนหนึ่งระบุแผนการวัดที่สวยงาม แต่เมื่อถึงเวลาทวนสอบกลับพบว่าไม่มีมิเตอร์ตามจุดที่ระบุ หรือไม่มีการบันทึกตามความถี่ที่เขียนไว้ แผนการติดตามผลควรเขียนจากสิ่งที่ทำได้จริงในหน้างาน
4. การสอบเทียบเครื่องมือวัด
เครื่องมือวัดที่ใช้สร้างข้อมูลคาร์บอนเครดิตต้องมีบันทึกการสอบเทียบที่เป็นปัจจุบันและสืบย้อนได้ เรื่องนี้ดูเป็นงานธุรการ แต่เป็นสาเหตุของข้อค้นพบที่พบบ่อยเกินคาด
5. การเริ่มเอกสารช้ากว่าการเริ่มโครงการ
ข้อกำหนดเรื่องลำดับเวลามีความสำคัญ การตัดสินใจลงทุนที่เกิดขึ้นก่อนการพิจารณาเข้าร่วมกลไกอย่างชัดเจน อาจกระทบต่อการพิจารณาความเพิ่มเติม ผู้พัฒนาโครงการควรจัดเก็บหลักฐานการตัดสินใจไว้ตั้งแต่ต้น
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ให้ผู้ทวนสอบความใช้ได้ดูร่างเอกสารข้อเสนอโครงการตั้งแต่ยังเป็นร่าง ไม่ใช่ตอนที่ยื่นแล้ว การแก้ประเด็นเส้นฐานหรือแผนการติดตามผลในขั้นร่าง ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ แต่ถ้าแก้หลังยื่น อาจหมายถึงการเลื่อนรอบการออกเครดิตไปทั้งรอบ
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางวิชาชีพสำหรับกรณีเฉพาะ หากต้องการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ขององค์กรท่าน โปรดติดต่อทีมงาน